สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7


         

           

               สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี    พระบรมราชินีใน

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่    7    ได้เสด็จนิวัต

ิประเทศไทยเมื่อวันที่   24  พฤษภาคม  พ.ศ. 2492  และได้เสด็จ

พระราชดำเนินมาประทับ  ณ พระตำหนักของสมเด็จพระมหิตลา

ธิเบศรอดุลยเดชวิกรมพระบรมราชชนก ณ วังสระปทุม เนื่องจาก

รัฐบาลยังมิได้ถวายวังศุโขทัยคืน     ต่อมาทรงมีพระราชดำริที่จะ

ประทับในท้องถิ่นที่เงียบสงบ อากาศด ี และสามารถปลูกต้นไม้ได้  

พลตรีหม่อมทวีวงศ์ถวัลยศักดิ์ ราชเลขาธิการสำนักพระราชวังใน

สมัยนั้น     ได้ถวายคำแนะนำให้ทรงเลือกเชียงใหม่  หรือจันทบุรี 

พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรพื้นที่ในจังหวัด

เชียงใหม่และจันทบุรี       ทรงเห็นว่าเชียงใหม่ไกลกรุงเทพฯมาก  

หากมีพระราชภารกิจที่กรุงเทพฯ        จะเสด็จพระราชดำเนินไม่

สะดวก      พระองค์ทรงสนพระราชหฤทัยจังหวัดจันทบุรีเพราะ

ทรงพบที่ดินบริเวณสวนบ้านแก้ว      ตำบลท่าช้าง     อำเภอเมือง

จังหวัดจันทบุรี       ซึ่งเป็นสถานที่มีธรรมชาติงดงามและมีความ

เงียบสงบเป็นที่ต้องพระราชอัธยาศัยของพระองค์         อีกทั้งไม่

ห่างไกลจากตัวเมืองมากนัก

      

                 สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีทรงกู้เงินจากธนาคาร

ไปจัดซื้อที่ดิน               บริเวณสองฝั่งคลองบ้านแก้วจากเจ้าของ

ที่ดินเดิมหลายรายรวมพื้นที่  687  ไร่    แล้วพระราชทานชื่อว่า

 " วังสวนบ้านแก้ว "      โดยมีพระราชประสงค์ให้สวนบ้านแก้ว

เป็นสถานที่ปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์     เพื่อเป็นตัวอย่างแก่พสกนิกร 

  นอกจากนี้ยังได้ทรงพัฒนาการทอเสื่อจันทบูร  อันเป็นหัตถกรรม

พื้นบ้านของชาวจันทบุรีให้เจริญก้าวหน้ากว่าเดิม     พระองค์ได้

เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยข้าราชบริพารมาประทับครั้งแรก

โดยสร้างอาคารชั่วคราวเป็นเรือนไม้ไผ่หลังคามุงจาก   เมื่อวันที่ 

20 มิถุนายน พ.ศ. 2493           ซึ่งในขณะนั้นยังไม่มีไฟฟ้าและ

น้ำประปา พระองค์ประทับเรือนไม้ไผ่ประมาณ  3   ปี      จึงได้ 

         

 

    

 

โปรดเกล้าฯให้สร้างเรือนไม้หลังเล็ก ๆ   2  หลัง    เรียกว่า    เรือนเทา

 เรือนแดง      และสร้างเรือนแบบบังกะโล  1  หลัง   พระองค์ประทับ

เรือนเทา    ส่วนเรือนแดงสำหรับข้าราชบริพาร       เรือนเขียวสำหรับ

ราชเลขานุการในพระองค์      และพระราชอาคันตุกะ   ต่อมาอีก  2  ปี

พระองค์โปรดเกล้าฯให้สร้างพระตำหนักใหญ ่ (ตำหนักเทา)     ซึ่งใช้  

เวลาสร้างเกือบ 3 ปี   และสร้างพระตำหนักดอนแค (พระตำหนักแดง)

ในเวลาต่อมา

     

                  สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีประทับ ณ วังสวนบ้านแก้ว

จนถึง พ.ศ. 2511  เป็นระยะเวลา  18  ปี    จึงได้เสด็จพระราชดำเนิน

ไปประทับ ณ วังศุโขทัยเป็นการถาวร     เนื่องจากพระประยูรญาติและ

ข้าราชบริพารของพระองค์ส่วนใหญ่เป็นสตรี         ยากที่จะตามเสด็จ 

พระราชดำเนินไปอยู่ต่างจังหวัดได้            ประกอบกับพระองค์ทรงมี

พระชนมายุมากขึ้น    และพระพลานามัยไม่สมบูรณ์มากนัก     ประการ

สุดท้ายคือ  ภาวะเศรษฐกิจ

                 พ.ศ. 2514  นายชั้น    สุวรรณทรรภ  ผู้ว่าราชการจังหวัด

จันทบุรี           ได้ขอให้กระทรวงศึกษาธิการจัดตั้งวิทยาลัยครูจันทบุรี

ในบริเวณที่ดินสาธารณประโยชน์   หนองตะพอง           อำเภอมะขาม

พ.ศ. 2515 กรมการฝึกหัดครูได้เสนอขอเปลี่ยนสถานที่ตั้งวิทยาลัยครู

จันทบุรีมาเป็น "วังสวนบ้านแก้ว"  ด้วยเหตุผลหลายประการ     ดังนั้น

รัฐบาลจึงได้กราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทาน วังสวนบ้านแก้ว

 โดยทูลถวายเงินเพียง  18  ล้านบาท      เพื่อให้เป็นวิทยาลัยครูจันทบุรี 

 พระองค์โปรดเกล้าฯพระราชทาน     ด้วยความเต็มพระราชหฤทัยเพื่อ

ส่งเสริมการศึกษาของชาติให้ก้าวหน้า            กระทรวงศึกษาธิการได้

ประกาศตั้งวิทยาลัยครูจันทบุรี    เมื่อวันที่  8  มิถุนายน   พ.ศ.  2515

                พระองค์ได้พระราชทานพระราชดำรัส    อำลาชาวจันทบุรี

ในงานที่ข้าราชการ    พ่อค้า     ประชาชนชาวจันทบุรี     จัดส่งเสด็จฯ

 ณ โรงพยาบาลพระปกเกล้า  จันทบุรี    เมื่อวันที่   15  มิถุนายน  พ.ศ.

2515  ดังนี้                

กลับหน้าแรกครับ     อ่านต่อหน้า 2 ครับ

Copyright(C)2000 By Chantaburi.com All Rights Reserved
All comments are welcome at 
webmaster@chantaburi.com