เราเดินลึกเข้าไปก็จะพบกับหุ่นปั้นหมูดุดซึ่งเป็นที่มาของบ้านหมูดุด      และแปลงสาธิตเลี้ยงหอยนางรมแบบแขวน  ตัวใหญ่มากเลยครับ  ซึ่งมีป้ายบอกทำให้เรารู้ว่า  แปลงสาธิตการเลี้ยงหอยนางรมแบบแขวนนี้   ทางศูนย์ฯได้ส่งเสริมให้ราษฎร์เลี้ยงหอยนางรมแบบแขวนตามแนวคลองน้ำทิ้งจากบ่อเลี้ยงกุ้ง

 เพื่อให้หอยนางรมกรองน้ำและใช้แพลงตอนเป็นอาหาร  เป็นผลทำให้น้ำมีคุณภาพดีขึ้น    เมื่อยิ่งเดินลึกเข้าไปป่าโกงกางยิ่งหนาทึบขึ้น   จนถึงศาลาสุดท้ายที่เราเดินทาง 

 มีชื่อว่าศาลาโกงกาง   บรรยากาศร่มรื่น   เคล้ากับเสียงของกั้งโพล๊ะดังอยู่รอบ ๆ ตัว  บรรยากาศแบบนี้หาที่ไหนไม่ได้แล้วครับ  อยากให้ท่านมาสัมผัสด้วยตัวเอง    จุดพักสุดท้ายจะมีป้ายข้อความเขียนไว้ได้จับใจว่า   รากของทะเลคือป่าชายเลน  หากปราศจากป่าชายเลนแล้ว  ทะเลก็เหมือนไม่มีชีวิต เปรียบเสมือนต้นไม้ที่ปราศจากราก   ดังนั้นป่าชายเลน  คือรากของทะเล   ป่าชายเลน   ชีวมณฑลหรืออาณาจักรของสรรพชีวตนานาพันธุ์ในชายฝั่งทะเล   ถือเป็นสมบัติส่วนรวมของประชาชนทั้งประเทศ  และกำลังจะเป็นมรดกโลกอีกด้วย   การทำลายป่าชายเลนถือว่าเป็นการทำลายบ้านอันเป็นแหล่งกำเนิดและถิ่นที่อยู่ของสรรพสิ่งมีชีวิตทั้งหลายที่อาศัยอยู่   และมีความสัมพันธ์กันอย่างสลับซับซ้อน  และอย่างสมดุลในป่าชายเลน    เป็นการแปรสภาพอย่างสิ้นเชิงของระบบนิเวศธรรมชาติ  บริเวณชายฝั่งทะเลที่เปราะบาง    ดังนั้น  หากปล่อยให้ป่าชายเลนถูกบุกรุกทำลายต่อไปอย่างต่อเนื่อง  ก็เชื่อได้ว่าป่าชายเลนอาจจะหมดไปในวันใดวันหนึ่ง  นั่นหมายถึงประเทศได้สูญเสียสมบัติ หรือชีวมณฑลชายฝั่งทะเลอันมีค่ามหาศาลและยากต่อการที่จะฟื้นฟูให้กลับมาเหมือนธรรมชาติได้อีก   

ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ ป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  จึงขอความร่วมมือร่วมใจจากผู้มาเยี่ยมเยือนทุกท่านได้โปรดช่วยกันอนุรักษ์

ทรัพยากรป่าชายเลนของประเทศไว้เป็นมรดกทางธรรมชาติให้เกิดประโยชน์ต่อลูกหลานของท่านต่อไป "ป่าชายเลนให้กำเนิดหลายชีวิต  โปรดอย่าคิดทำลาย"

  <<<---  แล้วมาพบกันใหม่นะครับ

 

http://www.chantaburi.com 

 

Copyright(C)2000 By Chantaburi.com All Rights Reserved
All comments are welcome at 
webmaster@chantaburi.com